fbpx
READING

ย้อนอดีตสู่วันวานที่ร้านกาแฟนรสิงห์ ณ พระราชวังพญา...

ย้อนอดีตสู่วันวานที่ร้านกาแฟนรสิงห์ ณ พระราชวังพญาไท

เวลารู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานและต้องการชาร์จพลังให้พร้อมกลับมาสู้ชีวิตอันโหดร้ายต่อไป (ดราม่าไปไหนคะหล่อน) เรามักจะอยากออกเดินทางไกล ปล่อยสมองโล่งๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่บางทีเงื่อนไขในชีวิตมันก็ไม่เอื้ออำนวยให้ทำแบบนั้น ถูกทวงงานยิกๆ ถ้าส่งไม่ทันนี่คือชะตาขาดแน่นอน #ปั่นงานวนไปค่ะ แต่ถ้าปล่อยให้ตัวเองห่อเหี่ยวต่อไปก็ไม่มีอารมณ์ทำงานอยู่ดี เราเลยต้องมี Hidden place สำหรับซ่อนตัวชั่วคราว  ถือหนังสืออ่านง่ายๆ สบายๆ ไปสักเล่มแล้วก็จมอยู่ในนั้นเพื่อหลีกหนีจากโลกความเป็นจริงสัก 2-3 ชั่วโมง และสถานที่แห่งนั้นของเราก็คือ ‘ร้านกาแฟนรสิงห์’ ซึ่งตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของพระราชวังพญาไท ภายในโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ย่านอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ข้อดีของที่นี่คือเดินทางด้วยรถประจำทางสะดวก ตอบโจทย์คนไม่มีรถขับอย่างเราเอามากๆ เพราะปกติเวลาจะนั่งรถเมล์หรือรถไฟฟ้าบีทีเอสกลับบ้านก็ต้องมาต่อรถแถวนี้เป็นประจำอยู่แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งคือเราชอบสถาปัตกรรมเก่าๆ ของไทยในยุคแรกๆ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกมาก ชอบโครงสร้าง ชอบโทนสี ชอบทุกอย่างเลย รู้สึกว่ามันสวยเรียบง่ายและดูคลาสสิกดี สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายในพระราชวังพญาไทเป็นการนำสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโรมาเนสก์และโกธิคมาประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนไทย ลักษณะเด่นคือจะดูแน่นหนาเทอะทะๆ หน่อย ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและสวยแบบเรียบๆ

Cafe de Norasingha 07

ส่วนที่เป็นร้านกาแฟนรสิงห์ หรือ Cafe de Norasingha ในปัจจุบัน อดีตเคยเป็นอาคารเทียบรถพระที่นั่งมาก่อน อาคารชั้นเดียวแห่งนี้ตั้งอยู่หน้าพระที่นั่งพิมานจักรี มีหลังคาเป็นดาดฟ้าเชื่อมต่อกับชั้น 2 ของพระที่นั่ง แรกเริ่มเดิมทีใช้เป็นห้องพักรับรองของเหล่าเสนาบดีที่มารอเข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ 6 ต่อมาในสมัยรัชการที่ 7 พระราชวังพญาไทได้รับการปรับปรุงเป็นโรงแรมชั้นหนึ่งสำหรับให้ชาวต่างประเทศพัก ที่นี่ก็เปลี่ยนบทบาทมาเป็นห้องบิลเลียดของโรงแรม และเมื่อคณะราษฎรนำวังพญาไทมาสร้างโรงพยาบาลทหาร จากห้องบิลเลียดก็กลายมาเป็นสโมสรของนายทหารเสนารักษ์ เป็นห้องตรวจโรคนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เป็นห้องทำงานของผู้บังคับบัญชาสายแพทย์ในช่วงแรกที่ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้ามาตั้งในบริเวณนี้ เรียกว่าผ่านประสบการณ์มาเยอะจริงๆ ค่ะ

นอกจากตัวอาคารจะมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจแล้ว ชื่อร้านเองก็มีเรื่องราวที่ควรค่าแก่การศึกษาเช่นกันค่ะ เพราะเดิมทีร้านกาแฟนรสิงห์เป็นร้านกาแฟเก่าแก่แห่งแรกของสยามประเทศที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยารามราฆพผู้ถวายงานรับใช้ (อดีตเจ้าของบ้านนรสิงห์ ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบรัฐบาล) ก่อตั้งขึ้นที่มุมสนามเสือป่า เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ในสมัยรัชกาลที่ 6 ร้านนี้โด่งดังและเป็นที่นิยมมากในหมู่สังคมชั้นสูงและชาวต่างชาติ นอกจากจะเป็นคาเฟ่แล้วก็ยังจำหน่ายสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศด้วย

ร้านกาแฟนรสิงห์ปิดตัวไปในช่วงปี พ.ศ. 2475 และถูกชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้งโดยมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไทฯ ในปี พ.ศ. 2553

Cafe de Norasingha 01

สัญลักษณ์ รร เหนือบานประตู หมายถึง พระนามาภิไธย่อ รามราชาธิบดี ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

เปิดประตูไม้บานใหญ่เข้าไปปุ๊บ เราจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาเข้าไปอยู่ในอดีตกาลทันทีเลยค่ะ ทุกองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่ง ดนตรีสุนทราภรณ์ที่เปิดคลอเบาๆ นำพาอารมณ์โหยหาอดีตให้ล่องลอยตลบอบอวลอัดแน่นอยู่ในนั้น ไปร้านนี้ทีไรเราก็มักจะเจอแขกผู้ใหญ่สูงวัยที่ดูผู้ดี๊ผู้ดีนั่งอยู่ 1-2 โต๊ะเสมอ ฉันกำลังอยู่ในกรุงเทพฯ ยุคไหนเนี่ย? วิมานคนธรรพ์ลั่นฟ้ามาใกล้เอามากๆ นี่คือสวรรค์ของวินเทจเลิฟเวอร์โดยแท้

Cafe de Norasingha 06

ลวดลายบนเพดานวาดโดยใช้เทคนิคปูนเปียก ทำให้สีติดทนทานแม้จะผ่านกาลเวลามานับร้อยปี

มาดูในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มกันบ้าง โดยรวมถือว่าอยู่ในมาตรฐานที่พอใช้ได้ ราคาสูงพอสมควร หักลบกับบรรยากาศและความสะดวกในการเดินทางแล้ว ยังไงเราก็ยังชอบกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ดี

Cafe de Norasingha 02

Cafe de Norasingha 03

Cafe de Norasingha 04

วันนี้สั่งเป็นฮอร์ลิคร้อน (65 บาท) กินคู่กับแอปเปิ้ลครัมเบิ้ล (100 บาท) เข้ากันดีค่ะ ซอสวานิลลาที่เสิร์ฟเคียงมาดีงามทีเดียว เข้มข้น เจือกลิ่นหอมอ่อนๆ ของวานิลลาแท้จากฝัก ทีแรกจะสั่งวาฟเฟิลแต่ไปตอนเพิ่งเปิดร้านเขายังทำแป้งไม่เสร็จ ของหวานที่นี่จะมีสองแบบค่ะ แบบแรกคือขนมในเมนู แบบที่สองคือเค้กประจำวันซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ต้องถามจากพนักงานเอาว่าวันนี้มีอะไรบ้าง อย่างวันที่เรามาเมื่อหลายเดือนก่อนมีโอเปร่าเค้ก ส่วนวันนี้มีเครปเค้กชาไทยกับสตรอเบอร์รี่ชีสเค้ก

Cafe de Norasingha 05

จัดการเซ็ตแรกเรียบร้อย นั่งแช่อีกสักพักเราก็สั่งมาอีกเซ็ต ไปคนเดียวแต่นั่งยาวหลายชั่วโมงเลยสั่งเยอะหน่อย อยากลองชิมอาหารคาวบ้างเลยสั่งชุดหมูเค็ม ขนมปังปิ้ง พริกขิงปลาดุกฟู (130 บาท) กับอิตาเลี่ยนโซดากีวี่ (60 บาท) เมนูนี้เขาชูโรงว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลยค่ะ สูตรนำมาจากทายาทห้องเครื่องในรัชกาลที่ 6 ตัวหมูเค็มเนื้อนุ่มดี รสชาติเค็มจัดกลิ่นน้ำปลาชัดเจน เสิร์ฟมาถ้วยเล็กๆ ส่วนพริกขิงปลาดุกฟูรสชาติออกเค็ม หวาน เผ็ดนิดๆ กินคู่กับขนมปังปิ้งเป็นของว่างที่เคี้ยวเพลินดีค่ะ เสียแต่ว่ามันแห้งๆ ฝืดคอไปหน่อย คราวหน้ามาคงลองสั่งข้าวหน้าไก่ดูบ้าง เห็นเขาว่าเป็นตำรับเดียวกับพระตำหนักจิตรลดาฯ เลยค่ะ

ใครอยากแวะมาซึมซับกลิ่นอายของวันวานแบบนี้บ้าง ร้านกาแฟนรสิงห์เปิดให้บริการทุกวัน วันธรรมดาเปิด 8.30 – 19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิด 9.00 – 19.00 น. ถ้าจะมาชมพระราชวังพญาไทด้วย เขาเปิดให้เข้าชม 4 วันค่ะ วันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 13.00 น. ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์มีสองรอบ 9.30 น. และ 13.30 น.


RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST