fbpx
READING

5 ร้านขนมคัดสรรเพื่อวันหวานในโตเกียว...

5 ร้านขนมคัดสรรเพื่อวันหวานในโตเกียว

ความรื่นรมย์อย่างหนึ่งของการเที่ยวโตเกียว คือการได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอาหารการกินที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ทุกๆ ปีจะมีร้านรวงใหม่ๆ หมุนเวียนมาให้ฟู้ดดี้ทั้งหลายตื่นเต้นอยู่เสมอ ทั้งร้านที่สร้างสรรค์โดยชาวญี่ปุ่นเองและร้านดังจากต่างประเทศ ซึ่งมักเปิดตลาดเอเชียด้วยการขยายสาขามาลงหลักปักฐานที่โตเกียวก่อนเป็นเมืองแรกๆ  

ไม่ว่าจะหมวดหมู่ของคาวหรือขนมหวาน ก็ล้วนมีคาเฟ่เด็ดร้านดังสอดแทรกอยู่แทบจะทุกมุมเมืองของโตเกียว เราเองก็ไม่ใช่เซียนอะไรนะ เป็นแค่นักท่องเที่ยวที่สนใจพื้นที่เกี่ยวกับอาหารการกินเป็นพิเศษ เวลาเจอร้านรวงน่าสนใจจะเก็บไว้คนเดียวก็น่าเสียดาย เลยขอนำมาบอกต่อโดยเริ่มจากหมวดร้านขนมก่อนละกันนะคะ เดี๋ยวของคาวจะตามมาทีหลังค่า

Sekai de Niban-me ni Oishii Melonpan

เมล่อนปังเป็นเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นขึ้นชื่อ มีจุดเด่นคือการผสมผสานระหว่างความนุ่มของเนื้อขนมปังด้านในกับผิวนอกกรุบกรอบหวานมันคล้ายคุกกี้ที่ทำเป็นลายตารางห่างๆ เลียนแบบผิวของเมล่อน ทีนี้อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนเกิดไอเดียขึ้นมาว่าเราน่าจะลองผ่าครึ่งเมล่อนปังเพื่อใส่ไอศครีมเข้าไปตรงกลางนะ และเขาก็ใช้เวลาคิดค้นสูตรที่เหมาะสมนานถึงสองปีกว่าจะออกมาเป็น Sekai de Niban-me ni Oishii Melonpan แปลเป็นไทยว่า เมล่อนปังที่อร่อยที่สุดอันดับสองของโลก ส่วนอันดับหนึ่งเจ้าของสูตรเขาขอยกตำแหน่งให้อาจารย์ผู้สอนเขาทำเมล่อนปังค่ะ

Melon Pan Ice Shibuya

วันที่เราไปชิมที่สาขาชิบูย่า ไอศครีมมีสามรสชาติให้เลือก วานิลา ช็อกโกแลต ชาเขียว และถ้ายังไม่จุใจสามารถเพิ่มสับปะรดชิ้นเบ้อเริ่มได้ รสของไอศครีมและท็อปปิ้งอาจเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลนะคะ ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ แต่พนักงานสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ลองถามดูที่หน้าร้านได้เลย แบบธรรมดาสุดราคาเริ่มต้นที่ 350 เยน 

Melon Pan Ice Shibuya2

รสชาติโดยรวมอร่อยดีค่ะ ถ้าหวานน้อยลงอีกนิดจะรักเลย ชอบตรงมีรสสัมผัสที่หลากหลาย ก่อนส่งให้เราเขาจะโรยคุกกี้กรุบๆ ไว้ด้านบนด้วย เนื้อขนมปังด้านในนุ่มมาก หอมกลิ่นนมเนยอุ่นนิดๆ ตัดกับความเย็นและหวานมันของไอศครีมกินแล้วเพลิดเพลินทีเดียว ชิ้นใหญ่พอสมควร ถ้าไม่ใช่คนกินจุสามารถแบ่งกันสองคนได้สบายๆ กินคนเดียวรู้สึกว่าอิ่มเกินไปนิดนึง

สาขาชิบูย่า

เปิดทุกวัน 11.00 – 22.00 น.
พิกัด : Google Map ใส่คำว่า Malonpan-ice ห่างจากสถานีชิบูย่า 750 เมตร จุดสังเกตคือป้ายร้านสีเขียว

 

Hara Donuts 

Hara donut 3

โดนัทน้ำเต้าหู้ชื่อดังจากโกเบ มีสาขาอยู่ในหลายเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น ในโตเกียวเราเคยไปชิมสองสาขาคือที่คิชิโจจิกับจิยูกะโอกะ รสออริจินอลราคาเริ่มต้นชิ้นละ 150 เยน เนื้อแป้งโดนัทนุ่มแน่นหนึบมีความเด้งสู้ฟันนิดๆ จะไม่ใช่เนื้อฟูๆ เบาๆ เหมือนโดนัทส่วนใหญ่ที่ขายในเมืองไทยนะคะ ไม่อมน้ำมันและหวานน้อยตามคอนเซ็ปต์ขนมเพื่อสุขภาพ มีรสชาติให้เลือกกว่า 80 แบบหมุนเวียนกันไป ทั้งน้ำตาลอ้อย แป้งถั่วเหลือง ช็อกโกแลต กาแฟ ชินนาม่อน มันหวาน แครอท ผักโขม และอื่นๆ อีกมากมาย รสของแต่ละสาขาอาจจะแตกต่างกันไปนะคะต้องไปดูที่หน้าร้านอีกที

Hara donut 1

นอกจากรสพื้นฐานที่ขายตลอดทั้งปีแล้ว เขายังมีรสพิเศษหมุนเวียนไปตามฤดูกาลด้วย อย่างช่วงที่เราไปกลางเดือนพฤษภาคม 2016 เมนูประจำเดือนเป็นโดนัทเคลือบไอซิ่งรสเลม่อน โรยเกล็ดน้ำตาลที่เรียกว่า Konpeitou สีฟ้าและเขียวอ่อน ให้ดูเสมือนเป็นช่อดอกไฮเดรนเยีย ราคาชิ้นละ 250 เยน ตัวไอซิ่งรสเลม่อนออกหวานอมเปรี้ยวนิดๆ มีเกล็ดน้ำตาลสีพาสเทลมาช่วยเพิ่มความเคี้ยวเพลิน รสชาติเรียบๆ ไม่หวือหวามากนักแต่กินได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อ แถมยังคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันโดยคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคด้วย จึงไม่แปลกใจเลยที่ Hara Donuts ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีเสมอมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านจนถึงทุกวันนี้ซึ่งเข้าสู่ปีที่หกแล้ว

Hara donut 2

สาขาจิยูกะโอกะ

เปิดทุกวัน 10.00 – 19.00 น.
พิกัด : Google Map ใส่คำว่า Hara Donuts Jiyugaoka ห่างจากสถานีจิยูกะโอกะ 300 เมตร 

สาขาคิชิโจจิ

เปิดทุกวัน 10.00 – 19.00 น.
พิกัด : Google Map ใส่คำว่า Hara Donuts Kichijoji ห่างจากสถานีคิชิโจจิ 700 เมตร

 

Suzukien x Nanaya Gelato

suzukien 05

ร้านไอศครีมเจลาโต้ที่ถือกำเนิดมาจากความร่วมมือของ Suzukien ร้านขายชาในย่านอาสากุซะ และ Nanaya ร้านขนมหวานชื่อดังจากจังหวัดชิซุโอกะ เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2016 ที่ผ่านมา กำลังมาแรงมากทั้งในหมู่ชาวโตเกียวและนักท่องเที่ยว จุดขายของร้านนี้คือเจลาโต้รสชาเขียวมัทฉะที่แบ่งความเข้มข้นออกเป็น 7 ระดับ ซึ่งเขาบอกว่ามันคือเจลาโต้มัทฉะที่เข้มข้นที่สุดในโลก! ตัวแนะนำของร้านจะเป็นบอสระดับ 7 ทำจากมัทฉะเกรดพรีเมี่ยม ราคาสูงกว่ารสอื่นๆ ค่ะ ถ้าสั่งรสเดียวใส่ถ้วยทุกรสราคา 340 เยน แต่บอสราคา 530 ค่ะ หรือถ้าสั่งแบบดับเบิ้ลสองรสในถ้วยเดียว รสทั่วไป 440 เยน ส่วนบอส + รสอื่น 630 เยน รสอื่นๆ นอกจากชาเขียวมัทฉะก็มีถั่วแดง สตรอเบอร์รี่ ชาโฮจิฉะ ชาเกนไมฉะ ชาดำ และงาดำ

suzukien

เราไปร้านนี้มาสองรอบ รอบแรกสั่งระดับ 6 เพียวๆ อื้อหือ! เข้มข้นถึงใจมากกก แต่ถ้าไม่ใช่มัทฉะเลิฟเว่อร์อาจมีสะดุ้งเหมือนกันนะ เพราะมันเข้มจนออกขมเฝื่อนนิดๆ เลยทีเดียว ระดับที่ขายดีสุดจะเป็นเบอร์ 5 ซึ่งตอนที่กลับมาอีกรอบเราก็ลองเบอร์นี้แหละ รสชาเข้มกำลังดีไม่มากเกินไป คราวนี้จับคู่กับรสโฮจิฉะ ชาคั่วที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ อร่อยดีทั้งสองรสค่ะ เนื้อเจลาโต้เป็นครีมเหนียวข้นจะแข็งน้อยกว่าไอศครีมทั่วไปนิดนึงและละลายเร็วกว่าด้วย ความสนุกในการกินเจลาโต้ร้านนี้คือการเลือกผสมผสานมัทฉะความเข้มข้นแต่ละระดับกับรสอื่นๆ ให้ออกมาเป็นรสใหม่ ใครลองแล้วได้ผลเป็นยังไง รสไหนจับคู่กันแล้วเด็ด มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

suzukien 02

เปิดทุกวัน 9.30-17.30 น.
พิกัด : เดินตรงเข้ามาในวัดเซนโจจิ (วัดโคมแดง / วัดอาซากุสะ) แลนด์มาร์กยอดฮิตมาเรื่อยๆ จนทะลุออกประตูด้านหลังวัดจะเจอถนนใหญ่ ให้ข้ามทางม้าลายไปฝั่งตรงข้าม เลี้ยวซ้าย เดินอีกไม่กี่ก้าวก็เจอร้านแล้วค่ะ 

 

Dominique Ansel Bakery

dominique 04

ร้านดังจากมหานครนิวยอร์กที่ขยายสาขามาถึงโตเกียว ก่อตั้งโดยเชฟ Dominique Ansel เอาชื่อตัวเองเต็มยศมาตั้งเป็นชื่อร้านด้วยความมั่นใจขนาดนี้ แน่นอนว่าฝีมือของเชฟย่อมไม่ธรรมดาแน่นอนค่ะ ร้านแรกของเขาที่นิวยอร์กเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2011 และกวาดรางวัลการันตีมากมายจากหลายสำนัก แต่ที่ฮือฮาสุดๆ จนกลายเป็นปรากฏการณ์ของวงการเบเกอรี่ก็คือการเปิดตัวโครนัท (Cronut) ลูกผสมที่เกิดจากการนำแป้งแบบครัวซองต์มาปรับสูตร แต่ยังคงลักษณะของแป้งที่ซ้อนกันเป็นชั้นเอาไว้ จากนั้นจึงขึ้นรูปให้กลม มีรูตรงกลาง และนำไปทอดแบบโดนัท เจ้าขนมนี่ได้รับการตอบรับดีมากในนิวยอร์ก ถึงขั้นนิตยสาร TIME ยกย่องให้เป็น 1 ใน 25 ของสิ่งประดิษฐ์ใหม่สุดสร้างสรรค์ประจำปี 2013 เลยค่ะ ทุกวันนี้มีคนทำเลียนแบบขึ้นมาเยอะมาก แต่เชฟเขาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้เรียบร้อยแล้ว คนอื่นห้ามใช้ชื่อ Cronut เด็ดขาดค่ะ ต้องเลี่ยงไปใช้ชื่ออื่นแทน เช่น Kronut

dominique 03

ซิกเนเจอร์อื่นๆ ของร้านยังมีอีกเพียบเลยค่ะ คุณเชฟ Dominique Ansel ช่างขยันคิดค้นและสร้างสรรค์เหลือเกิน สมกับที่เป็นคนหนุ่มแห่งยุคสมัยที่สื่อหลายสำนักจับตามอง วันที่เราไปชิม เมนูโครนัทประจำเดือนพฤษภาคม 2016 เป็นไส้กานาชมัทฉะกับแยมเชอร์รี่และน้ำตาลดำ (รสชาติใกล้เคียงน้ำตาลทรายแดงแต่จับตัวเป็นก้อนแข็งและหวานน้อยกว่า) จัดมาหนึ่งชิ้น 550 เยน (+VAT) ตัวแป้งอร่อยและให้ความรู้สึกแปลกใหม่ดีค่ะ ด้านนอกกรุบกรอบคล้ายโรตีทอด ส่วนด้านในฟูแยกเป็นชั้นๆ และมีความหนึบเคี้ยวเพลิน ไส้กานาชรสมัทฉะหวานกำลังดีหอมกลิ่นชาอ่อนๆ แต่พอรวมกับไอซิ่งที่โรยอยู่ด้านบนและเกล็ดน้ำตาลที่เคลือบทั่วชิ้น ทำให้หวานเกินไปเล็กน้อย พอเขี่ยหน้าด้านบนออกก็รู้สึกว่าอร่อยขึ้น

dominique 01

และอีกเมนูที่ใครมาก็ต้องสั่งแทบทุกโต๊ะนั่นคือ Frozen S’more 750 เยน (+VAT) ขนมหวานที่มีกิมมิกในการนำเสนอน่าสนใจมาก ก่อนเสิร์ฟเขาจะนำมาเผาไฟให้ผิวนอกที่เป็นมาร์ชเมลโล่น้ําผึ้งเกรียมหอมกลิ่นไหม้ ซึ่งเผาโชว์กันจะๆ ตรงหน้าเลย เห็นแล้วตื่นเต้นดี ส่วนด้านในเป็นไอศครีมวานิลลาเย็นเจี๊ยบเคลือบด้วยเฟยติน (Feuilletine) ป่นรสช็อกโกแลต ซึ่งมีคุณสมบัติในการคงความกรอบไว้ได้นาน แม้จะสัมผัสกับของเหลวอย่างไอศครีม ตัวไอศครีมเขาใช้วานิลาจากเกาะตาฮีตี (Tahiti) กลิ่นละมุนคล้ายดอกไม้ราคาสูงและหายากกว่าวานิลาจากแหล่งผลิตอื่นๆ เมนูนี้เห็นรีวิวจากเพื่อนในเฟซบุ๊กหลายๆ คนชอบกันมาก แต่ลิ้นเรามีปัญหากับระดับความหวานของร้านนี้อีกแล้ว ยังไม่ถึงกับหวานเกินจนหมดอร่อยนะคะ แค่รู้สึกว่าถ้าลดน้ำตาลลดอีกนิดจะชอบมากขึ้น

dominique 02

ตัวร้านตกแต่งแบบเรียบๆ ทันสมัย สีขาวสะอาดตา ที่นั่งมีสองชั้น แต่ถ้าสั่งพวกขนม Take Home จะนั่งได้เฉพาะชั้น 1 ถ้าจะนั่งชั้น 2 ต้องสั่งจากเมนูอีกเล่ม เป็นพวกอาหารเบาๆ แซนด์วิช ซุป พาย ขนมอบที่เสิร์ฟร้อน มีไวน์และเบียร์ขายด้วย 

เปิดทุกวัน 10.00-19.00 น.
พิกัด : Google Map ใส่คำว่า Dominique Ansel Bakery เดินมาได้จากสองสถานีรถไฟใต้ดิน Omotesando ทางออก A1 และ Meiji Jingu-mae ทางออก A1

 

Patisserie Kichijoji

ร้านนี้เคยเขียนถึงไว้แล้วในบทความ คิชิโจจิ (Kichijoji) โตเกียว ย่านฟรุ้งฟริ้งน่าเดิน เพลินเช้าจรดค่ำ แต่ขอเอามารวมอีกรอบในหมวดร้านขนม 

หน้าร้าน

ร้านเค้กสไตล์ฝรั่งเศสแสนอร่อยที่เริ่มเปิดบริการมาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2015 มีเมนูให้เลือกละลานตามาก หน้าตาน่ารักน่ากินไปเสียทุกอย่าง แต่มาคนเดียวเลยต้องยอมตัดใจเลือกแค่อย่างเดียว ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษนะคะ ตอนสั่งให้เดินไปชี้ที่ตู้แล้วก็ขึ้นไปนั่งรอชั้นสอง ร้านตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนแลดูสว่าง สะอาด สงบควรค่าแก่การจิบชาละเลียดเค้กเป็นอย่างยิ่ง

ที่นั่งด้านบนชั้นสอง

ชุดนี้ทั้งหมด 1,120 เยน

เค้กที่เลือกมีชื่อว่า Soleil 480 เยน (VAT) เป็นคำภาษาฝรั่งเศสแปลว่าดวงอาทิตย์ อร่อยมาก! ฐานล่างเป็นเนื้อเค้กนุ่มฟูเบา ชั้นถัดมาเป็นมูสมะม่วงหอมหวานที่มีส่วนผสมของเนื้อมะม่วงเป็นชิ้นๆ เพิ่มสัมผัสที่แตกต่าง ส่วนบนสุดเป็นมูสละมุนลิ้นหอมกลิ่นคาราเมลแทรกด้วยชั้นซอสส้ม รสชาติของแต่ละส่วนผสมผสานกันแล้วลงตัวมาก ช่วยเรียกสดชื่นและทำให้นึกถึงฤดูร้อนสมชื่อ Soleil จริงๆ ค่ะ ด้านบนมีครีมสดหวานอ่อนๆ ละลายบนลิ้น คล้ายครีมที่เสิร์ฟกับสโคนในร้าน Spoonful ซอยหลังสวน และมีเชอร์เบ็ตสีสันสดใสก้อนเล็กๆ วางเคียงมาหนึ่งก้อน ตัวเชอร์เบ็ตหอมราสป์เบอร์รี่และเปรี้ยวจัดมาก พอกินพร้อมเค้กแล้วกลบรสชาติเค้กมากไปหน่อย เลยเขี่ยออกมาห่างๆ แล้วเก็บไว้กินแยกต่างหากทีหลัง

ใครอยากสั่งเครื่องดื่มมากินกับขนม เขาก็มีชา กาแฟ ร้อน/เย็น ราคา 550 – 650 เยน (+VAT) ถ้าสั่งพร้อมเค้กจะลดราคาเครื่องดื่ม 100 เยน เราสั่งชาเย็นมาหนึ่งแก้ว รสชาติธรรมดาๆ ไม่คุ้มเท่าไหร่ แถมราคายังแพงกว่าเค้กอีก ปกติเขาก็มีน้ำเปล่าเสิร์ฟให้อยู่แล้วรู้งี้น่าจะสั่งเค้กสองชิ้นดีกว่า หักแต้มตรงเครื่องดื่มเล็กน้อย แต่ส่วนที่เหลือขอเทคะแนนให้หมดใจเลยค่ะ เดินทางสะดวกอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟและพนักงานก็บริการดีด้วย

เปิดทุกวัน 11.00 – 21.00 น.
พิกัด : Google Map ใส่คำว่า Patisserie Kichijoji ห่างจากสถานีคิชิโจจิ 300 เมตร


COMMENTS ARE OFF THIS POST